วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สะพานมอญ สังขละบุรี กาญจนบุรี

สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่เรียกกันว่า สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็ง ในประเทศพม่า เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุุรี จังหวัดกาญจนบุรี
สะพานมอญ
สะพานนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ. 2529 จนถึง พ.ศ. 2530 โดยใช้แรงงานของชาวมอญ เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี
ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 18.30 น. สะพานอุตตมานุสรณ์ได้พังทลายขาดเป็น 2 ท่อนในช่วงกลางสะพาน ความยาวประมาณ 30 เมตร เนื่องจากเกิดเหตุฝนตกหนักติดต่อกันนานถึง 3 วัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากจากทุ่งใหญ่นเรศวร พัดขยะตอไม้ลงสู่แม่น้ำซองกาเลีย ปะทะกับเสาสะพานทำให้เกิดขาดกลาง และเสียหายเพิ่มเป็น 70 เมตร ในเที่ยงของวันต่อมา
หลังจากผ่านไป 1 ปี การซ่อมแซมสะพานแห่งนี้ก็ยังไม่เสร็จ และเกินสัญญาว่าจ้าง 120 วัน เนื่องจากมีปัญหาด้านบริษัทผู้รับเหมาที่มีปัญหาไม่สามารถนำไม้ที่ต้องขนส่งมาจากภาคอีสานมาซ่อมแซมได้ เนื่องจากเกรงว่าจะผิดกฎหมาย
ในที่สุด สะพานอุตตมานุสรณ์ก็ได้รับการสร้างจากทหารช่างจากกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ค่ายสุรสีห์ ร่วมกับชาวบ้านอำเภอสังขละบุรี ใช้เวลาเพียงแค่ 29 วัน และมีพิธีเปิดใช้อีกครั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นวันครบรอบชาตกาล 104 ปี หลวงพ่ออุตตมะ 

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำยามเย็น สมุทรสงคราม

ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม     เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์  ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00 - 21.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ  และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย ๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตลาดน้ำอัมพวา
ตลาดน้ำอัมพวา การเดินทาง:ทางรถยนต์ 
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 (ถนนธนบุรี-ปากท่อ เดิม) ไปถึงหลัก กม.ที่ 63 ชิดซ้ายใช้ทางคู่ขนานต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา -เลี้ยวซ้ายข้ามทางรถไฟ เลี้ยวขวาถึงสามแยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายวิ่งตรงไปประมาณ 6 กม. ถึงสามแยกอัมพวาชิดซ้ายเข้าอัมพวา วิ่งตรงผ่านตลาดอัมพวา ข้ามสะพานคลองอัมพวา(สะพานเดชาดิศร) ซุ้มประตูวัดทางเข้าอยู่ซ้ายมือ

รถประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้
- รถสาย 76 กทม.-ดำเนินสะดวก เป็นรถปรับอากาศผ่านจังหวัดจังหวัดสมุทรสงครามถึงตลาดอัมพวา เดินผ่านตลาด ข้ามคลองอัมพวา ตรงไปถึงวัด
- สาย 967 กทม.-สมุทรสงคราม ถึงสถานีขนส่งสมุทรสงคราม ขึ้นรถประจำทางสาย 333 แม่กลอง-อัมพวา-บางนกแขวก ผ่านหน้าวัด

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลอัมพวา โทร. 0 3475 1359 
หรือที่ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8     E-mail : tatsmsk@tat.or.th 
หรือ  Call Center 1672

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

ท่องเที่ยวภูเก็ต "ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้"


ที่เที่ยวภูเก็ต

10 ที่เที่ยวภูเก็ต ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือน
ภูเก็ต เมืองไข่มุกอันดามันแห่งแดนใต้ของไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติให้มาเยือนหลายล้านคนต่อปี ด้วยความที่สถาน ที่เที่ยวภูเก็ต มีมากมาย
และไม่ได้มีเฉพาะทะเลด้วย ลองมาดูที่เที่ยวยอดนิยมในจังหวัดภูเก็ตที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปเยือนกันดีกว่า
1.แหลมพรหมเทพ
หนึ่งในสถาน ที่เที่ยวภูเก็ต ที่ใครไม่ได้ขึ้นไปชมถือว่ามาไม่ถึง ด้านบนที่เป็นจุดชมวิวแหลมพรหมเทพเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก สุดปลายของแหลมชื่อว่า แหลมเจ้า โดยบริเวณดังกล่าวจะยื่นออกไปในทะเล โดดเด่นด้วยต้นตาลที่ยืนตระหง่านเกาะกลุ่มกันอย่างเป็นระเบียบ มองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลจังหวัดภูเก็ต รวมถึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้
2.หาดป่าตอง
ชายหาดขึ้นชื่อของเกาะภูเก็ต นอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงาม ยังมีหาดทรายสีขาวละเอียด นํ้าทะเลใส เหมาะกับการนอนอาบแดด เล่นน้ำและทำกิจกรรมทางทะเล ขณะเดียวกันบริเวณรอบๆหาดก็มีร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และผับบาร์ อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างครบครัน
3.ย่านเมืองเก่า อาคารชิโน-โปรตุกีส
กลับเข้ามาในตัวเมืองกันบ้างกับที่เที่ยวทางวัฒนธรรมอย่าง ย่านเมืองเก่าภูเก็ตที่รายล้อมไปด้วยอาคารชิโน-โปรตุกีส ตึกเก่าโบราณทรงคุณค่าและมีเสน่ห์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่สวยงามเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทางถนน
4.อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร
บริเวณสี่แยกท่าเรือเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร อนุสาวรีย์ของสองวีรสตรีของไทย เป็นจุดท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เพราะท่านผู้หญิงจัน กับ คุณมุก สองพี่น้องคือบุคคลสำคัญของเมืองถลางและประเทศไทย ที่สร้างวีรกรรมนำทหารปกป้องเมืองจากแม่ทัพใหญ่ยี่หวุ่นของพม่าได้สำเร็จ
5.พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว
หากอยากรู้ประวัติความเป็นมาในจังหวัดภูเก็ต พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว คือแหล่งเรียนรู้ที่ตอบโจทย์มากๆ อดีตโรงเรียนจีนเก่าแก่แห่งนี้ภายในรวบรวมเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาพักพิงอยู่ในเขตตลาด มีการจัดแสดงนิทรรศการที่น่าสนใจทั้งสิ้น 14 ห้อง
6.วัดฉลอง
วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาสำคัญแห่งหนึ่งของภูเก็ต ได้ชื่อว่ามีโบราณสถานซึ่งความสวยงามที่สุดในจังหวัด และมีหลวงพ่อแช่มอดีตเจ้าอาวาสที่ทุกคนต่างนับถือในความศักดิ์สิทธิ์
7.หาดราไวย์
หาดราไวย์ เป็นอีกชายหาดชื่อดังของภูเก็ต มีร้านอาหารและร้านของฝากเรียงราย จุดเด่นของที่นี่คือมีความสงบมากกว่าหาดป่าตอง ซึ่งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่หาดป่าตองนี้ก็ได้รับการชื่นชมว่าสวยไม่แพ้จุดใดในภูเก็ต
ที่เที่ยวภูเก็ต
8.พระพุทธมิ่งมลคลเอกนาคคีรี
พระพุทธมิ่งมลคลเอกนาคคีรี หรือ วัดพระใหญ่ คือที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะภูเก็ต องค์พระสีขาวบริสุทธิ์งดงามไปด้วยศิลปะร่วมสมัย ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาวจากประเทศพม่า มีน้ำหนักราว ๆ 135 ตัน นับเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ตั้งตระหง่านสูงเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขา และข้างบนนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามของชายหาดกะตะกับแหลมพรหมเทพได้อีกด้วย
9.ภูเก็ตแฟนตาซี
ภูเก็ตแฟนตาซี สถานที่บันเทิงยามค่ำคืนที่มีชื่อเสียงประจำเกาะภูเก็ต สุดยอดแห่งการแสดงที่หาชมได้ยากในโลกแห่งนี้ตั้งอยู่แหล่งท่องเที่ยวบริเวณหาดกมลา ภายในจัดแสดงโชว์สวยงามสุดอลังการของวัฒนธรรมไทยด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มีการใช้แสง สี เลเซอร์ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยนักแสดงมากความสามารถกว่า 100 ชีวิต และช้างจำนวนถึง 40 เชือก
10.เกาะรังใหญ่
เกาะรัง เป็นเกาะส่วนตัว ที่มีอยู่ด้วยกัน 2 เกาะคือ เกาะรังใหญ่ และ เกาะรังน้อย ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมมากันที่ เกาะรังใหญ่ ซึ่งมีชายหาดสวยงาม ขาวละเอียด สะอาด น้ำทะเลสีฟ้าใส เหมาะกับการเล่นน้ำ ด้านทิศตะวันตกของเกาะมีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ โดยหากยืนตรงบริเวณหน้าหาดทิศตะวันตกจะสามารถมองเห็นเกาะภูเก็ตได้อย่างชัดเจน

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://blog.bangkokair.com

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

ประตูเมืองสู่ภูเก็ต (Phuket Gateway)

ประตูเมืองสู่ภูเก็ต (Phuket Gateway)


     จัดสร้างโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต  เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี 2550 เพื่อให้ห้องรับแขกแห่งแรก ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยทางรถยนต์ ผ่านสะพาน ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร เพื่อข้ามจากแผ่นดินใหญ่มายังเกาะภูเก็ต
     ประตูเมืองภูเก็ตก่อสร้างบนพื้นที่ 25 ไร่ บ้านที่ฉัตรไชย ตำบลไม้ขาวอำเภอถลาง มีจุดเด่น คือ เสาประติมากรรมเรียงรายเป็นแนวยาว 29 ต้นที่มีการก่อสร้างขึ้น ตามแนวคิดว่า เลข 2 คือ ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร สองวีรสตรีของชาวภูเก็ต ส่วนเลข 9 มีนัยถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของภูเก็ต ผ่านข้อมูลที่จารึกอยู่บนเสาศิลา 29 ต้น ซึ่งได้เรียงร้อยเรื่องราวต่างๆ ของภูเก็ต ตั้งแต่ยุครุ่งเรืองจากการทำเหมืองแร่ดีบุก การทำเกษตรกรรม จนถึงยุคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
       จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ ประติมากรรมเต่าทะเลกับไข่เต่าขนาดใหญ่ด้านหน้าอาคาร โดยฝีมือของศิลปินเอก ศาสตราจารย์ธนะ เลาหกัยกุล Thana Laohanayakul ซึ่งเป็นงานศิลปที่เล่าเรื่องหาดไม้ขาว สถานที่วางไข่ของเต่ามะเฟืองซึ่งอยู่ในจังหวัดภูเก็ต
     นอกจากประตูเมืองภูเก็ตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่แล้ว ยังมีศูนย์ให้บริการข้อมูลด้านการท่องเที่ยว มีห้องประชุมเล็ก และ mini theatre สำหรับแวะเยี่ยมชมวีดีทัศน์เกี่ยวกับภูเก็ต สารคดีท่องเที่ยว มีมุมสบาย โกปี้คอนเนอร์ Kopi Corner เพื่อดื่มชมกาแฟ ขนมพื้นบ้านอร่อย ๆ และซื้อของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากทั่วเมืองไทย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ดีไซน์ของภูเก็ต ผ้าบาติก ไข่มุก  อาหารแปรรูป และชิ้นงานศิลปะต่าง ๆ มีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO ของกลุ่มแม่บ้าน ห้องประชุมสัมมนาขนาด 60 ที่นั่ง ห้องสมุดพร้อมการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต เพื่อการท่องเที่ยว เปิดบริการทุกวันเวลา 9.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โทร. 0 7621 1877, 0 7621 1866   
ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


ในภาพอาจจะมี 2 คน, ข้อความ

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2550

พระราชวังบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา

พระราชวังบางปะอิน ตั้งอยู่ใน ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างจากเกาะเมืองลงมาทางทิศใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากเป็นที่ประสูติของพระองค์ ใช้เป็นสถานที่ที่ทรงใช้ประทับแรม ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ตัวอาคารต่างๆ ในพระราชวังสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมหลายแบบทั้งแบบไทย ยุโรป จีน และขอม มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป
ประวัติความเป็นมา
ตามพระราชพงศาวดารครั้งกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าปราสาททองเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเอกาทศรถประสูติแต่หญิงชาวบ้าน ซึ่งพระองค์ทรงพบเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเกิดล่มลงตรงเกาะบางปะอิน เมื่อประเจ้าปราสาททองขึ้นครองราชย์ จึงทรงพระกรุณาให้สร้างวัดขึ้นบริเวณเคหสถานเดิมของพระมารดา และขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะ สำหรับเสด็จประพาส และสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์”
พระราชวังบางปะอินได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 และต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้น ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ ซึ่งยังคงใช้เป็นที่ประทับและต้อนรับพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงรับรองในโอกาสต่างๆ

การเข้าชม
เวลาทำการ :
ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. (เปิดจำหน่ายบัตร 08.00 – 15.30 น.)

ค่าเข้าชม



  • ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก นักเรียน นิสิตนักศึกษา (ในเครื่องแบบ ต้องมีบัตรประจำตัวนักศึกษา) 20 บาท
  • ชาวต่างชาติ 100 บาท
  • พระภิกษุ สามเณร ไม่เสียค่าเข้าชม
ควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพ ผู้ชายไม่ควรใส่กางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม ผู้หญิงห้ามใส่เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว ถ้าเป็นกางเกงต้องยาวเลยเข่า ถ้าแต่งกายไม่ถูกตามกฎระเบียบ จะมีชุดให้คลุมทับฟรี มีค่ามัดจำ 200 บาท/ชิ้น จะได้คืนตอนคืนชุด
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วังบางปะอิน
การเดินทาง
รถยนต์ :
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นถนนพหลโยธิน เมื่อถึงประตูน้ำพระอินทร์แล้วให้ข้ามสะพานวงแหวนรอบนอกจะมีทางแยกโดยให้ เลี้ยวซ้ายประมาณบริเวณกิโลเมตรที่ 35 สู่ทางหลวงหมายเลข 308 ไปพระราชวังบางปะอินเป็นระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร หรือจะผ่านเข้ามายังตัวเมืองอยุธยาพอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้ม (เจดีย์กลางถนน) ให้เลี้ยวซ้ายโดยผ่านวัดใหญ่ชัยมงคล วัดพนัญเชิง ตัวอำเภอบางปะอินพอมาถึงสถานีรถไฟบางปะอินแล้วให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางจน ถึงพระราชวังบางปะอิน

รถโดยสาร :
มีรถโดยสารปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-บางปะอิน ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน มาลงที่บขส.บางปะอิน (สุดสาย) จากนั้นนั่งรถสามล้อเครื่องไปลงที่พระราชวังบางปะอิน

รถไฟ :
สามารถขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงมาสถานีรถไฟอำเภอบางปะอิน จากนั้นต่อรถสองแถว รถสามล้อเครื่อง หรือรถจักรยานยนต์ไปยังพระราชวังบางปะอิน

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2542

น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี


น้ำตกเอราวัณ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ น้ำตกมีความสวยงามอยู่ท่ามกลางป่าธรรมชาติ เดินไปยังน้ำตกไม่ไกล ไม่ลำบาก น้ำใส และมีแอ่งน้ำเหมาะกับการเล่นน้ำท่ามกลางแมกไม้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถโดยสารรถประจำทางไปได้ และอยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัดเมือง กาญจน์มากนัก
น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ อยู่ในแนวลำน้ำแควใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร อยู่บนทางหลวงหมายเลข 3199 ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนศรีนครินทร์
น้ำตกเอราวัณ เดิมชื่อ "น้ำตกสะด่องม่องลาย" ที่ได้มาจากต้นน้ำ ชื่อลำธารม่องไล่ และห้วยอมตะลา น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สายน้ำไหลลงมาจากยอดเขาสูง ผ่านโขดหินผา และป่าที่ปกคลุมด้วยแมกไม้นานาชนิด มารวมกันเป็นแอ่งน้ำเป็นช่วงๆ ทำให้เกิดเป็นชั้นของน้ำตก ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป น้ำตกมีด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น มีชื่อเรียกแต่ละชั้นคล้องจองกัน จากชั้นแรกถึงชั้นที่เจ็ดคือ "ไหลคืนรัง วังมัจฉา ผาน้ำตก อกนางผีเสื้อ เบื่อไม่ลง ดงพฤกษา ภูผาเอราวัณ" น้ำตกแต่ละชั้นมีระยะทางแตกต่างกันตั้งแต่ ชั้นต้นๆ เดินไปแค่ไม่กี่ร้อยเมตร จนถึงชั้นบนสุด 1,520 เมตร ซึ่งต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเดินผ่านป่าขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด เป็นหน้าผาทะลุเปิดโล่ง บางช่วงค่อนข้างลำบาก ชัน และลื่นบ้าง ชั้นบนสุดหลายคนบอกว่ารูปร่างผามองดูแล้วคล้ายกับหัวช้างสามเศียรเอราวัณ จนเป็นที่มาของชื่อน้ำตกเอราวัณนั่นเอง
น้ำตกเอราวัณมีลักษณะสวยงามเป็นพิเศษ ตรงที่สีของน้ำเป็นสีฟ้าใส เหมือนสระว่ายน้ำ เนื่องจากเป็นน้ำที่ผ่านมาจากเขาหินปูน ที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตสูง มีคุณสมบัติทำให้สารแขวนลอยตกตะกอน ถ้าสังเกตบริเวณที่ไม่มีคนเล่นน้ำจะเห็นน้ำใสมาก น้ำตกในชั้นต้นๆ เป็นแหล่งน้ำของปลาน้ำตกชนิดหนึ่งเรียกว่า "ปลาพลวง" ที่มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่คนชอบเดินลุยป่าไม่ควรพลาด เพราะ สามารถเดินเลือกเล่นน้ำในแต่ละชั้นที่ต้องการได้ สายน้ำเย็นฉ่ำที่ผ่านโขดหินทำให้น้ำตกมีลักษณะโดดเด่น สวยงามแตกต่างกันในแต่ละชั้น นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เล่นในแอ่งน้ำใส ยังสามารถเดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดได้ด้วย น้ำตกเอราวัณมีน้ำตลอดปี ช่วงหน้าแล้ง ประมาณเดือนธันวาคม - เมษายน อาจมีน้ำน้อยบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับแห้ง
Erawan waterfall (1)
บริเวณที่ทำการอุทยานฯ​ มีการจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ สวยงาม น้ำตกในชั้นต้นๆ อยู่ไม่ไกลกันมากนัก เมื่อต้องการไปยังตัวน้ำตกชั้นแรก ต้องเดินไปอีก 500 เมตร
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำตกเอราวัณ ชั้นที่ 1 กาญจนบุรี
ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง น้ำตกยังไม่ค่อยสวยมาก เหมาะสำหรับนั่งปิกนิก มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งเล่น รับประทานอาหาร ริมน้ำตก

Erawan waterfall (3)

ชั้นที่ 2 วังมัจฉา มีปลาพลวงเวียนว่ายในน้ำใสอยู่เป็นจำนวนมาก แอ่งน้ำสีฟ้า มีม่านน้ำตก ไหลผ่านหินย้อย เหมือนกับน้ำไหลผ่านปากถ้ำ ลงมายังแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เหมาะกับการลงเล่นน้ำ บางช่วงอาจลึก นักท่องเที่ยวสามารถเช่าชูชีพลงเล่นได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำตกเอราวัณ ชั้นที่ 3 กาญจนบุรี

น้ำตกชั้นที่ 3 ผาน้ำตก ก่อนขึ้นไปยังน้ำตกนี้ จะมีจุดตรวจอาหาร ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่ม และขวดน้ำ ขึ้นไปจากชั้นนี้เด็ดขาด ต้องฝากเจ้าหน้าที่เอาไว้
Erawan waterfall (5)

ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ ทางอุทยานทำทางเดินบันไดไว้อย่างเรียบร้อย แต่เส้นทางค่อนข้างสูงชันอยู่เหมือนกัน ระหว่างทางไปน้ำตกชั้นที่ 4 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าดิบแล้งม่องไล่ ระยะทาง 1,010 เมตร สามารถเดินแยกไปตามเส้นทางนั้นได้ ชั้นนี้ดูดีๆ จะเห็นหิน 2 ก้อนที่มีลักษณะเหมือนหน้าอกผู้หญิง แต่มีลักษณะใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป เลยได้ชื่อเป็นอกนางผีเสื้อ (สมุทร) ซะเลย ชั้นนี้มีน้ำไหลตามหินลงมายังแอ่งด้านล่าง สามารถเล่นน้ำได้
จากนี้เส้นทางจะค่อนข้างลำบากขึ้น และเป็นทางชันขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นบนสุด น้ำตก
Erawan waterfall (6)

ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง เป็นน้ำตกที่ลดหลั่นลงมาแบบเตี้ยๆ เป็นแอ่งตื้นๆ เหมาะกับการแช่น้ำเล่น
Erawan waterfall (7)

ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา อยู่ห่างจากชั้น 5 แค่ 300 เมตร มีน้ำตกอยู่หลายมุม ตามแมกไม้ต่างๆ
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ น้ำตกเอราวัณ ชั้นที่ 7 กาญจนบุรี


ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ การเดินทางไปถึง ต้องเดินผ่านหิน ปีนบันไดไปอีก เป็นทางที่เหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่ก็คุ้มกับการมาดู เพราะเป็นชั้นที่สูงที่สุดและสวยที่สุด มีสายน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสูง ผ่านแมกไม้ และแนวหิน มาสู่แอ่งน้ำด้านล่าง
สิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณอุทยานแห่งชาติเอราวัณ
แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมน้ำตกเป็นจำนวนมาก บริเวณที่ทำการอุทยานฯ​ จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ครบครัน มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ให้คำแนะนำ ข้อมูลข่าวสาร ไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีสถานพยาบาล ลานจอดรถกว้างขวาง รถบัสสามารถจอดได้หลายคัน ห้องน้ำ ห้องสุขา ร้านค้าสวัสดิการ ร้านอาหาร (ในราคาไม่แพง) มีร้านกาแฟสด (สำหรับคนขาดกาแฟไม่ได้) มีบ้านพักของอุทยาน (สามารถติดต่อขอจองที่พักได้ล่วงหน้า) สถานที่กางเต็นท์ ห้องประชุมสัมมนา โทรศัพท์สาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีบริการให้เช่าเสื้อชูชีพสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความปลอดภัยเวลาลงเล่นน้ำในน้ำตกด้วย
 ข้อแนะนำ
- ไม่นำภาชนะโฟม ขวดแก้ว และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในบริเวณน้ำตก
- ไม่นำกีต้าร์เข้าไปในบริเวณน้ำตก
- ไม่นำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าไปในน้ำตก
- เส้นทางเดินไปน้ำตกนั้น บางช่วงลาดยางเดินได้สะดวก แต่ส่วนที่เดินไปยังน้ำตกแต่ละชั้นนั้น เป็นเส้นทางที่มีดินและหินตามธรรมชาติ จึงควรสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสม เดินได้สะดวก ไม่ลื่น
- การเดินขึ้นน้ำตกชั้นสูงๆ ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพขา เข่า เพราะบางช่วงทางเดินค่อนข้างชัน
ค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานเอราวัณ
- คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท (มีบัตรนักศึกษาลดครึ่งราคา)
- ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท และเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ราคา 100 บาท
- พาหนะเสียค่าธรรมเนียมด้วย จักรยาน คันละ 10 บาท มอเตอร์ไซด์ 20 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
หมู่4 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์
เวลาทำการ: 7.00 - 16.30 น.
โทร 034-574-222, 034-574-234
เวปไซต์และการจองที่พัก http://www.dnp.go.th/
ขอบคุณภาพจาก : http://www.paapaii.com/

โรงแรม ฮ็อป อินน์

HOP INN กระบี่ 19 ถ.ร่วมจิตร ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ 81000 โทร:+66 75 620 889 โรงแรม ฮ็อป อินน์ กระบี่ ให้บริการห้องพักที่สะ...